สินเชื่อส่วนบุคคลคืออะไร

,
สินเชื่อส่วนบุคคลคือเงินกู้ยืมก้อนหนึ่งสำหรับคนทั่วไปโดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้มั่นคงและสม่ำเสมอ เช่น พนักงานประจำ ที่ทำการขอกู้ยืมโดยใช้ชื่อของตัวเอง ไม่ใช่ชื่อบริษัทห้างร้าน ไม่ใช่ชื่อองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นเงินสดก้อนหนึ่งที่มอบให้แก่ผู้ขอสินเชื่อนำไปใช้จ่ายตามความต้องการ โดยผู้ขอสินเชื่อจะได้รับเงินจำนวนหนึ่งโอนเข้าบัญชีธนาคารของตนเอง สูงสุดประมาณ 5 เท่าของเงินเดือน โดยไม่ต้องมีบุคคลหรือหลักทรัพย์ค้ำประกัน

การให้สินเชื่อส่วนบุคคลของทางธนาคารเป็นทางเลือกหนึ่งของคนที่ต้องการเงินสด เพื่อนำเงินดังกล่าวไปซื้อสินค้า ท่องเทียว จ่ายค่าการศึกษา หรือนำไปลงทุนทำธุรกิจ ไม่เว้นแม้แต่การนำไปชำระหนี้บัตรเครดิต ผู้ขอสินเชื่อจะต้องชำระเงินคืนธนาคารเป็นงวดๆเท่ากันทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ เช่น ถ้ายืมเงิน 30,000 บาท ก็ต้องผ่อนเดือนละ 900 บาท เป็นเวลา 60 เดือน เป็นต้น

การที่ธนาคารจะอนุมัติสินเชื่อหรือไม่นั้น ธนาคารจะพิจารณาจากความสามารถของลูกค้าในการชำระคืน เช่น ถ้ามีเงินเดือนผ่านเกณฑ์ ประวัติการชำระดี และตำแหน่งหน้าที่การงานมั่นคง ก็จะมีผลทำให้การพิจารณาให้วงเงินกับผู้สมัครสินเชื่อบุคคลผ่านได้ง่ายมากขึ้น

ถ้าต้องการสินเชื่อส่วนบุคคลเวลานี้ต้องทำอย่างไรบ้าง? แน่นอนเรื่องเอกสารประกอบการสมัครเป็นปัจจัยสำคัญ นั่นคือต้องมีสลิปเงินเดือนฉบับจริงที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป และต้องมีสมุดบัญชีที่มีรายการฝากเงินเดือนเข้าไปอย่างน้อย 3 เดือน และให้แน่ใจว่าไม่ติดประวัติการชำระเงินในฐานข้อมูล เพียงเท่านี้โอกาสที่คุณจะได้รับอนุมัติเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

เงื่อไนการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล ส่วนใหญ่ก็คือ
  1.  วงเงินอนุมัติ 5 เท่าของรายได้ 
  2. ระยะเวลาผ่อนชำระ 1-7 ปี 
  3. ชำระแบบลดต้นลดดอก 
  4. ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ หรือบุคคลค้ำประกัน 
  5. ดอกเบี้ยก็ร้อยละ 15-28 ต่อปี
มีการชำระคืนเป็นงวดๆ งวดละเท่าๆ กัน ตามที่ผู้สมัครระบุ เช่น 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน 18 เดือนไปจนถึง 60 เดือน แล้วแต่เงื่อนไขของธนาคารที่คุณยื่นใบสมัคร วงเงินกู้ส่วนใหญ่จะกำหนดไว้ที่ 3-9 เท่าของรายได้ต่อเดือนของผู้สมัครเอง

สินเชื่อบุคคลในปัจจุบันของ่ายกว่าในอดีตมาก เพราะไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกันใช้เพียงหน้าที่การงานและหลักฐานด้านการเงินก็สามารถกู้เงินออกมาได้แล้ว สินเชื่อบุคคลมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต แต่มักจะต่ำกว่าวงเงินฉุกเฉินหรือบัตรกดเงินสดเพราะฉะนั้นก่อนที่จะใช้เงินกู้วิธีนี้ควรจะเปรียบเทียบต้นทุนที่ต้องจ่ายทั้งหมดให้ดีเสียก่อน

สินเชื่อบุคคลมักออกมาโฆษณาแข่งขันกันอย่างครึกโครมโดยใช้ดอกเบี้ยเป็นสิ่งล่อใจ ซึ่งต่างก็บอกว่าดอกเบี้ยของตนเองถูกที่สุด แต่จะถูกที่สุดจริงหรือไม่นั้น ควรมีการตรวจสอบและเปรียบเทียบโดยดูจากเงินก้อนที่ต้องจ่ายทั้งหมด ซึ่งไม่ได้หมายถึงเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการขอสินเชื่อ เช่น ค่าจัดการเงินกู้ที่มักจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากเงินต้นที่กู้ออกมา เพราะหากไม่ใช่การกู้ในช่วงจัดรายการส่งเสริมการขาย ผู้กู้ต้องจ่ายค่าดำเนินการ ค่าธรรมเนียม หรืออื่นๆ ที่ผู้ให้กู้จะกำหนดขึ้น และค่าปรับกรณีจ่ายเงินคืนครบก่อนกำหนดด้วย